puifff's Blog

Pimchanok Boonserm

เราบางคนพบว่าบางสิ่งในชีวิตได้จบลงแล้วตลอดกาล

 ดูรายการ divas cafe พูดถึงเรื่องนี้ ชอบประโยคที่ว่า #เราบางคนพบว่าบางสิ่งในชีวิตได้จบลงแล้วตลอดกาล 

“ทนเจ็บหน่อยนะ เดี๋ยวก็หาย”

จริงอยู่ว่าการยอมรับความจริงและการปล่อยวางนั้น ดี ในแง่การแก้ไข เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดเลยล่ะ แต่มันจะไม่ช่วยในเรื่องการเยียวยาเลย
อารมณ์เดียวกับ อยากให้ลูกที่คลอดออกมาปลอดภัยก็ทนเจ็บหน่อย #กำลังจะดีอยู่แล้วเชียว 😉

image

ท่องจำ ?

ชมพู่มายืนท่องให้ฟัง เจ็ดเรียนรู้อธิปไตย เลยถามว่า รู้มั๊ยว่าอธิปไตยคืออะไร ? ชมก็บอกว่า ไม่รู้อ่ะ เคยจะคิดอธิบายมั๊ยว่าสิ่งที่ให้เด็กท่องอ่ะ เด็กรู้มั๊ยว่าแต่ละคำคืออะไร เด็กไทยกำลังจะเป็นหุ่นยนต์ที่คอยจำแต่สิ่งที่ป้อนให้งั้นหรอ หนึ่งรักชาตินี่รักยังไง รักคนชื่อชาติ ถามน้าปุ้ยท่องได้มั๊ย ขนาดข้อสอบมหาลัยก็ยังมีออก ไม่รู้ว่าอาจารย์อยากได้คำตอบในทัศนะจริงๆ รึเปล่า
แล้วก็พูดกันอยู่นั่น คนไทยอ่านปีละแปดบรรทัด จะว่าอ่านค่านิยม 12 ประการได้มันก็เกินแปดบรรทัดละก็ไม่ใช่อีกเพราะนี่มันเรียกว่า การท่องจำไม่ใช่การอ่าน เด็กอ่านเขียนไม่ได้ ท่องจำกันอย่างเดียว จะอ่านเขียนเป็นได้ไง อ่าน อ่านได้เฉพาะใบบัวใบโบก พอให้เขียนก็เขียนไม่ถูกเพราะเคยจำแค่ว่าตรงนี้อ่านแบบนี้ แต่ไม่เคยรู้เลยว่าตรงนี้มีตัวอะไรบ้าง เกิดคำถามว่า ต้องอ่านก่อนถึงเขียนเป็น หรือเขียนก่อนถึงอ่านได้ หรือพร้อมกัน
ปล. กำลังพยายามทำแบบเรียนส่วนตัวว่าจะทำไงให้เด็กอ่านได้มากกว่าใบบัวใบโบก

Backside

” Backside ”
opening of
– Writer’s Taste
– Kyoto : Hidden Sense
; Uthis Haemamool
At Candide Books
08 : 11 : 14

image

SOMEWHERE ONLY WE KNOW

image

“ขอสามพันด้วยค่ะ”

ปล. จบไวจุง
#SOMEWHEREONLYWEKNOW

สามานย์ สามัญ : เรื่องสั้นทั้งแปดของอุทิศซัง

image

“เรื่องสั้นทั้งแปดของอุทิศซัง”
เรื่องสั้นในเล่มนี้ เป็นเรื่องสั้นที่ทันยุคทันสมัย เข้ากับเหตุการณ์บ้านเมืองมวาก ใน 8 เรื่อง คงจะต้องมีสักเรื่องที่คนอ่านแล้วจะมีความรู้สึกร่วมกับมันหรือเคยอยู่ในเหตุการณ์แบบนั้นมาบ้างแหละ
เรื่องที่อ่านแล้วแบบมีอารมณ์มักมั่ก คือ เรื่องสั้นลำดับที่ 6 ตอนอ่านสำลักสำนึกจบ สิ่งแรกที่อุทานออกมาคือ “อีแฟงเสวย !!!” ทำไมอุทิศซังถึงสามารถเขียนให้ผู้หญิงคนนี้ออกมาเป็นลุคที่น่าตบน่าหมั่นไส้มากกก แต่พูดถึงพฤติกรรมแบบแฟงเสวยแล้ว ก็คงเป็นการจงใจเขียนให้นางออกมาดูเป็นแบบนี้  พออ่านๆไป มันก็ทำให้นึกย้อนมาถึงตัวเองได้เหมือนกันว่า ฉันเคยเป็นแบบนี้มั๊ย ? ซึ่งก็เป็นแหละ
เรื่อง ระคน ละคร นี่ก็ชอบมาก ให้อารมณ์แบบเดียวกับปรารถนาแห่งหัวใจบาปที่อุทิศตัวละครในลักษณ์อาลัยเขาพิสูจน์อักษรอยู่ เอ่อ ตอนจบบ้าบอดี คือบันเทิงฝุดฝุดเลย ภาษาที่อุทิศซังเลือกใช้ก็งุงิเหลือเกิน เช่น “ง่า . . . จะเป็นนักสืบแล้วก็ต้องเป็นให้สุดตัวแหละ อะไรๆ มันก็มีความนัยทั้งนั้น วางใจได้ที่ไหนกัน แต่นักสืบที่สวยและมีสติครบสมบูรณ์อย่างตรู ไม่ได้หากันง่ายๆ นะ เหอๆ ห้าทุ่มแล้ว ลงมือเลยดีก่า อ๊ะ ! “ มันเป็นภาษาที่ออกมาจากนักเขียนซึ่งเป็นผู้ชายค่ะครู้น ใช้ภาษาได้หลากหลายและเก่งเจงเจง
เสียงสาดแสง เรื่องนี้ อึม เหมือนการที่คนคนนึงตั้งคำถามบางอย่าง ที่จริงๆแล้วเราอาจเคยมีคำถามพวกนี้อยู่ในหัวก็ได้ แต่มันกลับเป็นคำถามที่เราไม่กล้าถาม ไม่กล้าพูดออกมา ได้แต่ถามเอาเองในใจ ซึ่งจะมีชายคนนึงในเรื่องที่เป็นตัวแทนของการกล้าพูดกล้าถามออกมาแต่กลับถูกมองว่าบ้าว่าเสียสติ เรื่องนี้ข้อคิดมันออกมาชัดเจนและตีหน้าเราได้แรงๆเลย เหมือนเวลาที่เราไปด่าคนอื่นว่าพูดไรไม่คิดประมาณนี้ ปะ
เรื่องสุดท้าย การที่เอา กรุงเทพฯ กรุงเทพฯ (2) มาวางไว้ตอนสุดท้าย มันทำให้ตอบจบ แลดูแฮปปี้ดี คือส่วนตัวขัดใจกับการจบของลักษณ์อาลัย พอเล่มนี้จบแบบนี้ เออ คือดี 55 เรื่องย่อยในกรุงเทพฯ กรุงเทพฯ (2) เรื่อง พินัยกรรมหักเหลี่ยมโหดนี่ก็ชอบ เรื่องนี้เคยฟังตอน งานเสียงจากแสงสำนึกที่ร้านก็องดิด  พออ่านแล้วก็เหมือนคนเขียนเล่าให้ฟังอยู่ข้างๆ (งานมโน)
ในเรื่องสั้น 8 เรื่องนี้ มีตัวละครที่หลากหลายมาก ตั้งแต่ เด็กแว้น หนุ่มออฟฟิศ แม่ค้าขายไข่เจียว บลา บลา ก็ทำให้เราได้เห็นมุมของคนในหลายๆแบบ หลายๆอาชีพ บรรยากาศในเรื่องดูเป็นบรรยากาศที่ดูสมจริงมากๆ
ชอบทุกเรื่องเลย แต่ถ้าเขียนเยอะกว่านี้จะดูเหมือนสปอย พอพอ รายละเอียดและสาระนี่มันสอดแทรกอยู่ทุกตัวอักษรอยู่แล้ว แต่พิมพ์อธิบายออกมาเป็นตัวอักษรไม่ได้ค่ะ ไปอ่านเอาเองนะ  สนุก จอบอ.

สามคำ สำหรับ สามานย์สามัญ คือ อิ่มจุก สนุก ทันยุค

ปล. เหมือนกำลังพูดถึงหนังสืออยู่สองเล่มด้วยกัน
ปล. อย่าได้ถือสากับภาษาปัญญาอ่อนของพิมนะคะ
ปล. เลิกปล.ได้แล้ว

Page :http://urll.us/tbN5nu

{ CUTE (คิ้ว)}

{ CUTE (คิ้ว)}
ล้างเครื่องสำอางมา ส่องกระจก เบือนหน้าซ้ายขวาไปมา “คิ้วโล้นจัง” . . . (ตัดภาพย้อนไปอดีต) ตอนอายุ 18 เกลียดนักเกลียดหนาการเขียนคิ้ว ‘ก็คิ้วเราสวยอยู่แล้วจะเขียนทำไม’ ตอนทำ  part-time  ในห้างฯ ซุปฯ ก็ให้เขียนคิ้ว ในใจคิด ‘เพื่อ?’ น่าจะตอน 20-21 นี่แหละ ที่พอไปทำงานพิเศษในช่วงปีใหม่แล้วก็ต้องเขียนคิ้ว จากสกิลแย่มากก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ครั้งที่หนึ่งเมื่อคุณได้ลิ้มลองการเขียนคิ้วแล้ว ครั้งที่สองจะตามมา และคุณจะไม่สามารถเลิกเขียนมันได้อีกเลย วันไหนไม่ได้แต่งหน้า ขาดไม่ได้เลย เน้น คิ้ว ปาก ไว้ก่อน (ตัดภาพกลับมาเหตุการณ์หน้ากระจก) คิ้วมันไม่ได้โล้น ความจริงคิ้วมันมี คิ้วมันสวยของมันอยู่แล้ว เราเองนี่แหละไปขีดเขียนมันให้เป็นทรงนั้นทรงนี้ อ้าว ! แล้วทุกๆ วันนี้ฉันเขียนคิ้วทำไมวะเนี่ย หักดินสอเขียนคิ้วทิ้ง!! (แค่ในความคิดนะ) เรื่องจริงมันไม่ทันแล้ว